![]() |
มาง่ายๆ ด้วยรถไฟฟ้าใต้ดิน Underground สถานี Tottenham Court Rd แล้วเดินตามแผนที่อีก 5 นาที |
![]() |
ก่อนเข้าก็มาดู Floor Plan กันก่อนซักเล็กน้อย เพื่อให้ประหยัดเวลาในการเข้าชม ถ้าวางแผนดีๆ แค่ 1 ชม. จะสามารถชมวัตถุไฮไลท์ของที่นี่ทั้ง 10 อย่างได้หมด |
เมื่อเดินเข้าสู่มายังตัวพิพิธภัณฑ์ด้านใน จะพบกับ Great Court ซึ่งสร้างเพื่อครอบตัวอาคารพิพิธภัณฑ์ทั้ง 4 เข้าด้วยกัน โดยเปิดใช้เมื่อปี 2000 |
แนะนำให้ซื้อเจ้านี่จ้า ราคาแค่ 2 ปอนด์ แต่จะทำให้เราไม่หลงและหาสมบัติวัตถุที่ควรค่าแก่การเข้าชมเจอ |
เริ่มต้นจากชั้นแรก จาก Great Court เดินตรงทางซ้ายมือ เข้าประตูสู่โซน Ancient Egypt ห้องเบอร์ 4 สีเหลือง ตามแผนที่ Lv 0 |
เข้ามาก็เจอฝรั่งมุงกันเลย ไปดูซิว่า เค้ารุมอะไรกัน |
ชิ้นแรกที่ห้ามพลาดชม มันคือ ศิลาจารึกพ่อขุนราม เอ๊ย..ไม่ใช่ มันคือ หิน Rosetta Stone หินก้อนนี้ มีความสำคัญคือ.. |
มันเป็นหินที่เป็นกุญแจดอกสำคัญในการไขความลับของภาษาอียิปต์โบราณ หรือ เฮียโรกราฟฟิก ซึ่งคาดว่าน่าจะจารึกเมื่อ 196 ปีก่อนคริสตกาล ที่เมืองเมมฟิส ในสม้ยพระเจ้า Ptolemy V ซึ่งหินก้อนนี้ ถูกค้นพบในปี 1799 |
จากหินโรเซ็ตต้า เราก็มาเดินชมส่วนอื่นๆ ในห้อง Ancient Egypt กันต่อ |
รูปปั้นของ ฟาโรห์องค์นี้ คือ กษัตริย์รามเสสที่ 2 (Ramesses II) นำมาจากวิหารเมืองทีปส์ ตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 18 |
เดินดูกันต่อ ที่ห้องนี้ ยังมีโบราณวัตถุจากอียิปต์ให้ชมอีกเพียบ |
ตัวอย่างของอักษรเฮียโรกริฟฟิค |
ชิ้นส่วนภาพวาดอียิปต์โบราณจากวิหารในอียิปต์ |
ไปกันต่อยังห้องติดๆ กันกับห้องเบอร์ 8 Assyria |
ห้องที่จัดแสดงโบราณวัตถุจากยุคเมโสโปเตเมีย |
จากนั้นเข้าสู่โซนห้องสีเขียวที่มีหลายห้องเชื่อมต่อกันที่ Ancient Greek and Rome |
ห้องนี้ จะมีโบราณวัตถุจากอาณาจักรกรีกและโรมันโบราณ |
ไม่ว่าจะเป็น Elgin Marbles ที่ใช้ตกแต่งวิหารพาเธนอนในกรุงเอเธนส์ |
ที่นำมาวางเรียงติดผนังของห้องทั้งสองฝั่งให้เราสามารถชมได้อย่างใกล้ชิด |
หัวม้าหินอันโด่งดังจากวิหารพาเธนอนส์ (Horse Head Parthenon) ชิ้นที่ 2 ใน Top Ten ที่ต้องมาดู |
ไปกันต่อที่ห้องสีน้ำเงิน เบอร์ 24 |
จากนั้นไปสำรวจกันต่อที่ห้องเบอร์ 26-27 ทางฝั่งอเมริกาเหนือและเม็กซิโกกัน |
หน้ากาก Turquoise Mosaic Mask จากอาณาจักร Aztec ใช้เป็นเครื่องประดับตกแต่งและใส่บูชาเทพเจ้าตามความเชื่อของชาวแอซเทค ซึ่งชาว Aztec นี้ตั้งถิ่นฐานอยู่บริเวณตอนกลางของเม็กซิโก ในช่วงคริสตศตวรรษที่ 12-13 |
ไปกันต่อที่ห้อง Asia เบอร์ 33 สีส้ม เราจะได้เห็นวัตถุโบราณจากฟากฝั่งเอเชีย |
ส่วนใหญ่จะเป็นของจีน อินเดีย และศรีลังกา ของไทยก็แอบมีเห็นบ้างเล็กน้อย |
จากนั้น มุ่งหน้าไปยัง Level 3 กันต่อ ห้องแรกสีน้ำตาล Ancient Egypt ตรงนี้ มีของให้ชมเยอะกว่าที่ชั้นล่าง โดยจะเน้นหนักไปทางโลงศพและมัมมี่ |
ที่นี่จะมีมัมมี่และโลงศพเก่าแก่ไม่แพ้ที่พิพิธภัณฑ์แห่งชาติอียิปต์กันเลยทีเดียว (จนบางคนแอบบ่นมาว่า ที่นี่เอาของชาวบ้านเค้ามาหมด แต่มองในแง่ดี เราก็ได้ชมครบแบบไม่ต้องไปให้เหนื่อยทุกประเทศ) |
อันที่ต้องแวะชม ติด TopTen ก็คือ Coffin of Henutmehyt โลงศพนักบวชหญิงในสมัยอียิปต์โบราณ ในช่วงกษัตริย์รามเสสที่ 2 ทำมาจากทอง อู้วววว.. |
นอกจากโลงศพคนแล้ว ยังมีโลงศพสำหรับใส่มัมมี่แมวอีกด้วย เพราะชาวอียิปต์ถือว่าแมวเป็นสัตว์เทพเจ้าที่ต้องได้รับการบูชา |
ชุดจานเงิน 34 ใบ สลักลวดลาย (Anastasius Platter) |
จากนั้นไปที่ห้องเบอร์ 40 ที่นี่มีชุดหมากรุก Lewis Chessmen ที่แกะสลักจากงาของวอลลัส |
ค้นพบในปี 1831 ที่ Isle of Lewis, Scotland ซึ่งเราสามารถชมได้อีก 11 ตัวที่พิพิธภัณฑ์แห่งชาติสก็อตแลนด์ (National Museum of Scotland) |
ส่วนของฝากอืนๆ ก็มีพวก ที่ทับกระดาษ ทำเป็นห้วฟาโรห์ ราชินี |
ม้าจากวิหารพาเธน่อนส์ |
รูปปั้นจากอาณาจักรเมโสโปเตเมีย |
Lewis Chessmen |
ทำเลียนแบบ ได้เหมือนมากไม่ว่าจะเป็นที่ทับกระดาษหรือแมกเน็ต |
Timeline ประวัติศาสตร์โลก แบบพับได้ |
เหรียญจำลองที่หล่อจากของจริงของอาณาจักรโบราณทั้งหลาย |
กระดาษปาปิรุส (เค้าว่าของจริงนะ อันนี้ต้องมาดูเองจ้า อิอิ) แนะนำกันเลยสำหรับพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ เดินชมกันเพลินๆ ไม่เบื่อแน่นอน |