โปรโมชั่นโรงแรมในอังกฤษราคาพิเศษ (Hotel Special Deals) คลิกเลย!!

จองตั๋วเครื่องบิน Qatar Airways

วันอาทิตย์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2557

British Museum

พาเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์ที่ทุกคนที่มาเที่ยวลอนดอนต้องมากัน ไม่งั้นเหมือนมาไม่ถึงกับ British Museum พิพิธภัณฑ์ที่ได้ชื่อว่าเก่าแก่และใหญ่ที่สุดในโลก ตั้งอยู่ในย่าน Bloombury มีสมบัติและของสะสมจากทั่วโลกกว่า 6 ล้านชิ้น เรียกว่ามาที่นี่ที่เดียวคุ้ม

มาง่ายๆ ด้วยรถไฟฟ้าใต้ดิน Underground สถานี Tottenham Court Rd แล้วเดินตามแผนที่อีก 5 นาที

จากนั้นสามารถเดินเข้าชมพิพิธภัณฑ์จากด้านหน้าได้ ไม่ต้องรอเข้าคิวแต่อย่างใด ที่ British Museum แห่งนี้ เปิดให้เข้าชมฟรีทุกวัน 9.00 - 18.00 น. (วันศุกร์เปิดถึง 20.00 น.) ด้านหน้าของตัวอาคารพิพิธภัณฑ์ สร้างในรูปแบบของวิคตอเรียน

ก่อนเข้าก็มาดู Floor Plan กันก่อนซักเล็กน้อย เพื่อให้ประหยัดเวลาในการเข้าชม ถ้าวางแผนดีๆ แค่ 1 ชม. จะสามารถชมวัตถุไฮไลท์ของที่นี่ทั้ง 10 อย่างได้หมด






เมื่อเดินเข้าสู่มายังตัวพิพิธภัณฑ์ด้านใน จะพบกับ Great Court ซึ่งสร้างเพื่อครอบตัวอาคารพิพิธภัณฑ์ทั้ง 4 เข้าด้วยกัน โดยเปิดใช้เมื่อปี 2000

แนะนำให้ซื้อเจ้านี่จ้า ราคาแค่ 2 ปอนด์ แต่จะทำให้เราไม่หลงและหาสมบัติวัตถุที่ควรค่าแก่การเข้าชมเจอ

เริ่มต้นจากชั้นแรก จาก Great Court เดินตรงทางซ้ายมือ เข้าประตูสู่โซน Ancient Egypt ห้องเบอร์ 4 สีเหลือง ตามแผนที่ Lv 0

เข้ามาก็เจอฝรั่งมุงกันเลย ไปดูซิว่า เค้ารุมอะไรกัน

ชิ้นแรกที่ห้ามพลาดชม มันคือ ศิลาจารึกพ่อขุนราม เอ๊ย..ไม่ใช่ มันคือ หิน Rosetta Stone หินก้อนนี้ มีความสำคัญคือ..

มันเป็นหินที่เป็นกุญแจดอกสำคัญในการไขความลับของภาษาอียิปต์โบราณ หรือ เฮียโรกราฟฟิก ซึ่งคาดว่าน่าจะจารึกเมื่อ 196 ปีก่อนคริสตกาล ที่เมืองเมมฟิส ในสม้ยพระเจ้า Ptolemy V ซึ่งหินก้อนนี้ ถูกค้นพบในปี 1799

จากหินโรเซ็ตต้า เราก็มาเดินชมส่วนอื่นๆ ในห้อง Ancient Egypt กันต่อ

รูปปั้นของ ฟาโรห์องค์นี้ คือ กษัตริย์รามเสสที่ 2 (Ramesses II) นำมาจากวิหารเมืองทีปส์ ตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 18

เดินดูกันต่อ ที่ห้องนี้ ยังมีโบราณวัตถุจากอียิปต์ให้ชมอีกเพียบ

ตัวอย่างของอักษรเฮียโรกริฟฟิค

ชิ้นส่วนภาพวาดอียิปต์โบราณจากวิหารในอียิปต์


ไปกันต่อยังห้องติดๆ กันกับห้องเบอร์ 8 Assyria

ห้องที่จัดแสดงโบราณวัตถุจากยุคเมโสโปเตเมีย

จากนั้นเข้าสู่โซนห้องสีเขียวที่มีหลายห้องเชื่อมต่อกันที่ Ancient Greek and Rome

ห้องนี้ จะมีโบราณวัตถุจากอาณาจักรกรีกและโรมันโบราณ
ไม่ว่าจะเป็น Elgin Marbles ที่ใช้ตกแต่งวิหารพาเธนอนในกรุงเอเธนส์
 
ที่นำมาวางเรียงติดผนังของห้องทั้งสองฝั่งให้เราสามารถชมได้อย่างใกล้ชิด

หัวม้าหินอันโด่งดังจากวิหารพาเธนอนส์ (Horse Head Parthenon) ชิ้นที่ 2 ใน Top Ten ที่ต้องมาดู

ไปกันต่อที่ห้องสีน้ำเงิน เบอร์ 24

รูปปั้นหิน Hoa Hakananai'a จาก Easter Island มาชมกันใกล้ๆ แบบไม่ต้องบินไปไกลถึงเกาะอีสเตอร์ในแถบสามเหลี่ยม Polynesian ทางตะวันออกเฉียงใต้ของมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งเกาะอีสเตอร์นี้ ได้รับยกย่องเป็นมรดกโลกจากองค์การ UNESCO เมื่อปี 1995

ใกล้ๆ กันนั้น แฟนๆ อินเดียวน่าโจนส์จะต้องร้องอ๋อ กับกะโหลกแก้วคริสตัล (Crystal Skull) จากอารยธรรมมายา ซึ่งทั้งโลกนี้ ว่ากันว่ามีทั้งหมด 13 ใบ ค้นพบแล้ว 5 ใบ ทาง British Museum ได้มาครอบครองไว้ 1 ใบ เมื่อปี 1898 เชื่อว่า ถ้าใครได้ครอบครองกะโหลกแก้วคริสตัลทั้งหมดนี้ จะสามารถไขความลับของจักรวาลได้

จากนั้นไปสำรวจกันต่อที่ห้องเบอร์ 26-27 ทางฝั่งอเมริกาเหนือและเม็กซิโกกัน

หน้ากาก Turquoise Mosaic Mask จากอาณาจักร Aztec ใช้เป็นเครื่องประดับตกแต่งและใส่บูชาเทพเจ้าตามความเชื่อของชาวแอซเทค ซึ่งชาว Aztec นี้ตั้งถิ่นฐานอยู่บริเวณตอนกลางของเม็กซิโก ในช่วงคริสตศตวรรษที่ 12-13

ส่วนที่เห็นในภาพนี้ คือ Turquoise Mosaic of a Double Headed Serpent หรือ หินเทอควอยส์ที่แกะเป็นรูปงู 2 หัว ที่ใช้ในการพิธีการทางศาสนา โดยเจ้าหินชิ้นนี้ ว่ากันว่า กษัตริย์ Mocteczuma II มอบให้เป็นของขวัญแก่นักสำรวจชาวสเปนนามมว่า Hernan Conte ในปี 1519

นอกจากวัตถุแปลกๆ แล้ว เราจะยังได้เห็นภาพแกะสลักของชาวแอซเทกหลากหลายชิ้นตามผนัง บอกเล่าเรื่องราวต่างๆ เช่นพิธีบูชายัญที่โหดร้าย โดยการนำผู้ที่จะถูกบูชายัญจับมาผ่าหัวใจสดๆ แล้วชูขึ้นสู่ดวงอาทิตย์ เพื่อเป็นการบวงสรวงเทพเจ้า

ไปกันต่อที่ห้อง Asia เบอร์ 33 สีส้ม เราจะได้เห็นวัตถุโบราณจากฟากฝั่งเอเชีย

ส่วนใหญ่จะเป็นของจีน อินเดีย และศรีลังกา ของไทยก็แอบมีเห็นบ้างเล็กน้อย

จากนั้น มุ่งหน้าไปยัง Level 3 กันต่อ ห้องแรกสีน้ำตาล Ancient Egypt ตรงนี้ มีของให้ชมเยอะกว่าที่ชั้นล่าง โดยจะเน้นหนักไปทางโลงศพและมัมมี่


ที่นี่จะมีมัมมี่และโลงศพเก่าแก่ไม่แพ้ที่พิพิธภัณฑ์แห่งชาติอียิปต์กันเลยทีเดียว (จนบางคนแอบบ่นมาว่า ที่นี่เอาของชาวบ้านเค้ามาหมด แต่มองในแง่ดี เราก็ได้ชมครบแบบไม่ต้องไปให้เหนื่อยทุกประเทศ)

อันที่ต้องแวะชม ติด TopTen ก็คือ Coffin of Henutmehyt โลงศพนักบวชหญิงในสมัยอียิปต์โบราณ ในช่วงกษัตริย์รามเสสที่ 2 ทำมาจากทอง อู้วววว..

นอกจากโลงศพคนแล้ว ยังมีโลงศพสำหรับใส่มัมมี่แมวอีกด้วย เพราะชาวอียิปต์ถือว่าแมวเป็นสัตว์เทพเจ้าที่ต้องได้รับการบูชา

ไปกันต่อที่ห้อง Ancient Europe สีเขียวที่มีหลายห้องติดต่อกัน ที่เห็นในรูปคือ Ancient Europe Mold Gold Cape ที่เชื่อกันว่าเป็นวัตถุ Prehistoric Gold ชิ้นแรกที่มีการค้นพบในยุโรปที่ Flintshire, Walesในช่วงยุค Bronze Age อายุเก่าแก่กว่า 3,700 ปี

ชุดจานเงิน 34 ใบ สลักลวดลาย (Anastasius Platter)

จากนั้นไปที่ห้องเบอร์ 40 ที่นี่มีชุดหมากรุก Lewis Chessmen ที่แกะสลักจากงาของวอลลัส

ค้นพบในปี 1831 ที่ Isle of Lewis, Scotland ซึ่งเราสามารถชมได้อีก 11 ตัวที่พิพิธภัณฑ์แห่งชาติสก็อตแลนด์ (National Museum of Scotland)

หลังจากที่เดินชมกันเต็มอิ่มแล้ว (เยอะแยะมากมายเกินจนไม่สามารถเขียนลงในบล็อกหมดได้) ก็ได้เวลามาแวะช้อปของที่ระลึกจากที่นี่กันบ้าง สำหรับคนที่ใฝ่รู้แนะนำ Masterpieces of the British Museum เล่มนี้จะบอกเล่ารายละเอียดของวัตถุโบราณชิ้นเอกของที่นี่ ซื้อมาอ่านกันได้จ้า

ส่วนของฝากอืนๆ ก็มีพวก ที่ทับกระดาษ ทำเป็นห้วฟาโรห์ ราชินี

ม้าจากวิหารพาเธน่อนส์

รูปปั้นจากอาณาจักรเมโสโปเตเมีย

Lewis Chessmen

ทำเลียนแบบ ได้เหมือนมากไม่ว่าจะเป็นที่ทับกระดาษหรือแมกเน็ต

Timeline ประวัติศาสตร์โลก แบบพับได้

เหรียญจำลองที่หล่อจากของจริงของอาณาจักรโบราณทั้งหลาย

กระดาษปาปิรุส (เค้าว่าของจริงนะ อันนี้ต้องมาดูเองจ้า อิอิ) แนะนำกันเลยสำหรับพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ เดินชมกันเพลินๆ ไม่เบื่อแน่นอน
เช็คราคาและห้องว่างโรงแรมใน London คลิกที่นี่

ตั๋วเครื่องบินและแพจเกจทัวร์ทั่วโลก

Travel NT